เหตุผลที่สิงห์บลูต้องคว้าลูกากูให้ได้

แน่ชัดว่า ดิเอโก คอสต้าจะต้องลาจากเชลซีอย่างแน่นอนในซัมเมอร์นี้ กุนซือของสิงห์บลูอย่างอันโตนิโอ คอนเต้จึงล็อคเป้าหัวหอกท็อฟฟี่สีน้ำเงิน โรเมลู ลูกากู ให้มารับบทผู้นำในการล่าสกอร์ยังถิ่นเก่าสิงห์บลูนี่คือเหตุผลว่าทำไม ลูกากูต้องมาเชลซี

 

1.แทบไม่ต้องปรับตัว

หัวหอกระดับพระกาฬหลายคน ต่างเคยเอาชื่อเสียงของตนเองมีทิ้งในพรีเมียร์ลีกแล้ว ไล่ตั้งแต่ ดิเอโก ฟอลัน,เฟร์นานโด มอริเอนเตส,ราดาเมล ฟัลเกาหรืออังเดร เชฟเชนโก้เอง ก็ประสบปัญหาการปรับตัวจนล้มเหลวทั้งสิ้น แต่ไม่ใช่สำหรับ ลูกากู เจ้าตัวโลดแล่นอยู่ในลีกสูงสุดเมืองผู้ดีมาหลายปี แถมโชว์ฟอร์มยิงกระจายแทบทุกปี ถ้าสิงห์บลูได้อดีต

เด็กเก่าคนนี้กลับมา ย้อมมีความเสี่ยงน้อยกว่า อันเดรีย เบล็อตติ หรือ อัลบาโร่ โมราต้า อย่างชัดเจน

 

2.ตรงสไตล์สิงห์บลู

ตัวใหญ่ แข็งแกร่ง ชนแหลกคืออุดมคติกองหน้าในแบบที่เชลซีชื่อชอบ ดีดิเย่ร์ ดร็อกบา หรือดีเอโก คอสต้า ก็จัดอยู่ในลักษณะนี้ เช่นเดียวกับลูกากู ผู้มีร่างกายกำยำสูงใหญ่ แถมสัญชาตญาณในการล่าต่าข่ายก็ไม่ได้เป็นสองรองใครอีกด้วย

 

3.อิสระในการเล่น

ในระบบการเล่นของเอฟเวอร์ตันบ่อยครั้งที่ลูกากูต้องพะวงกับการเล่นเกมรับเพื่อช่วยทีม บางครั้งเพื่อนร่วมทีมไม่สามารถซัพพอร์ต การเล่นของกองหน้าทีมชาติเบลเยี่ยมได้ แต่ในทีมสิงห์บลู กับระบบ 3-4-3 หรือ 3-5-2 ลูกากู จะมีอิสระในการเล่นมากขึ้น เขาจะมีนักเตะอย่าง เอเด็น อาร์ซา หรือ เชส ฟราเบกัส คอยป้อนบอลให้ โอกาสในการยิงประตูแบบกระฉูดน่าจะมีเยอะ
4.สานต่อความฝัน

ดีดิเย ดร็อกบา คือหนึ่งในไอดอล และต้นแบบในการเล่นของ ลูกากู การได้ย้ายมาเชลซี คือสิ่งที่หัวหอกเบลเจี้ยมต้องการมาตลอด แต่เมื่อมาถึงกลับโดนหมางเมินจาก 2 กุนซือสิงห์บลู ทั้ง อังเดร วิลลาส-โบอาส และ โชเซ่ มูรินโญ่

ถึงขนาดที่ในปี 2012 ลูกากู ปฏิเสธจะรับถ้วย ยูซีแอล เพราะเจ้าตัวไม่ได้โอกาสลงสนาม และย้ายถูกขายขาดให้กับ เอฟเวอร์ตันในปี 2014 การกลับไปเล่นและประสบความสำเร็จกับเชลซี จึงเป็นสิ่งที่จะเติมช่องว่างในใจของลูกากูได้

 

5.เพื่อตำแหน่งในทีมชาติ

แม้ว่าตอนนี้ตำแหน่งหัวหอกเบอร์ 1 ของทีมชาติเบลเยี่ยมจะเป็นลูกากู แต่เขาก็ไม่สามารถมองข้ามคู่แข่งอย่าง

เบนเตเก้,โอริกี้ หรือ บาตซูอายี่ ได้แน่นอน การย้ายไปเชลซีของหัวหอกเอฟเวอร์ตัน น่าจะช่วยการันตีตำแหน่งในทีมชาติของเขาได้มากขึ้น…

150 ล้านปอนด์ คล็อปป์จะดีลใครมาบ้าง

ช่วงนี้ได้มีข่าวล่าออกมาแล้วว่าเจ้าของทีมสโมสรฟุตบอลดังอย่างหงส์แดงลิเวอร์พูล จอห์น ดับบลิว เฮนรี่ นั้นได้อนุมัติงบประมาณมหาศาลก้อนแรกมูลค่าสูงถึง 150 ล้านปอนด์ ให้สำหรับเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือทีมหงส์แดงได้จับจ่ายนักเตะล็อตที่หนึ่งนี้ จะมีนักเตะคนใดบ้าง เรามาดูกันเลยครับ

 

1.เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค (เซาแธมป์ตัน)

ราคาโดยประมาณ 45-50 ล้านปอนด์

แม้จะมีมาติป กับ ลอฟเรน(เพิ่งต่อสัญญา) เป็นคู่หูเซนเตอร์ตัวจริงอยู่ บอสชาวเยอรมันก็ได้เพ่งเล็งฟาน ไดจ์ค

ไว้อย่างใกล้ชิด และพยายามอย่างมากเพื่อสอยเซนเตอร์นักบุญรายนี้มาให้ได้ถึงจะต้องจ่ายเงินสูงถึง 50 ล้านปอนด์ก็ตาม ด้วยความคิดเห็นส่วนตัว ถ้าเป็นในยุคก่อนคงจะต้องมีอุทานกันบ้างว่า “นักเตะเซาแธมป์ตันอีกแล้วหรอ” แต่ตอนนี้กุนซือของเราคือ  เจอร์เก้น คล็อปป์ การทุ่มเงินระดับ 25 ล้านอัพ ของเขาตอนมาอยู่หงส์แดง ยังไม่เคยเสียของอย่างมาเน่และ

ไวจ์นัลดุม ผมเชื่อได้เลยว่าตัวไหนที่คล็อปป์เห็นว่าทุ่มแล้วคุ้ม เปย์แล้วเหมาะสม แกต้องใส่ไม่ยั้งแน่นอน

 

2.นาบี เกอิต้า (ไลป์ซิก)

ราคาโดยประมาณ 45-50 ล้านปอนด์

เงินอีก 50 ล้านปอนด์ ก็คงจะหนีไม่พ้นมิดฟิลด์ตัวรับชาวกินีของเรดบลู ไลป์ซิก นาบี้ เกอิต้า เนื่องด้วยนักเตะของหงส์แดงยังขาดพวกมิดฟิลด์ตัวรับประเภทนี้อยู่ แถมเกอิต้ายังสามารถเล่นเกมรุกได้ดี ซึ่งเป็นหนึ่งปัจจัยที่คล็อปป์ชื่นชอบเป็นพิเศษ หากมองดูดีๆ ค่าตัว 50 ล้านปอนด์ก็อาจจะดูโอเวอร์เกินไป แต่เนื่องด้วยต้นสังกัดจากเยอรมันไม่มีความประสงค์จะปล่อยตัวเกอิต้า ลิเวอร์พูลจึงต้องเพิ่มเงินระดับนี้ เพื่อลายเซ็นมิดฟิดล์กระทิงหนุ่ม จะได้เข้ามาร่วมทัพนักเตะกับหงส์แดง

 

3.เบนจามิน เมนดี้ (โมนาโก)

ราคาโดยประมาณ 35-45 ล้านปอนด์

และรายสุดท้ายสำหรับงบก่อนแรกของเจอร์เก้น คล็อปป์ คือ แบ็คซ้ายจอมถึกจากโมนาโก ที่ต้องต่อสู้ฟาดฟันกับพี่น้องจากแมนเชสเตอร์ เพื่อให้ได้ตัวมา ค่าตัวของอดีตเด็กเบนฟิกาจึงฟุ่งสูงถึง 40 กว่าล้านปอนด์ นอกจากการเล่นเกมรับ การยืนตำแหน่งที่เหนียวแน่นของเมนดี้แล้ว การครอสบอลจากด้านข้าง คือทีเด็ดที่คล็อปป์เล็งเห็นแล้วว่า จะช่วยเพิ่มความอันตรายของเกมบุกทางด้านซ้ายของทีมได้มากโข จึงจำเป็นต้องล่าแข้งโมนาโกรายนี้ให้ได้

 

การดีลนักเตะจากสโมสรต่างๆสำหรับกุนซือเอง ถึงจะดูไม่น่าจะเป็นเรื่องยากแต่เอาเข้าจริงๆแล้ว ก็น่าหนักใจอยู่นะครับ หากซื้อตัวมาแล้วไม่สามารถเล่นได้อย่างที่หวังไว้ก็อาจจะมีการโดนแฟนบอลด่าบ้าง หรือหนักๆก็อาจจะกระทบกับอาชีพการงานของตัวกุนซือเองก็ได้ ก็หวังว่าการเลือกซื้อนักเตะของคล็อปป์จากงบก้อนนี้ จะไม่ทำให้แฟนหงส์แดงต้องผิดหวังนะครับ…

แม้ว่าทีมตกรอบไป แต่ใจยังไปต่อ

ในการแข่งขันกีฬาทุกชนิดย่อมมี มีชนะเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งกีฬาฟุตบอลก็เช่นกัน ยอมมีการตกรอบไปในการแข่งขัน แต่มี 2 นักเตะที่เคยสังกัดอยู่ในทีมที่เคยตกรอบไปแล้ว แต่ความสามารถยังมี ลีลาการเล่นเป็นเลิศ ทำให้มีทีมอื่นสนใจคว้าไปอยู่ด้วย จะเป็นใครไปดูกัน

เฟตูต์ มาวอสซ่า จากทีมน็องซี่  เขาเป็นนักเตะหนุ่มน้อยไฟแรงที่อายุเพียง 18 ปีเท่านั้น แต่ความสามารถของเขาไม่น้อยไปตามอายุเลย เขาเป็นนักเตะที่ได้ลงเล่นในทีมชุดใหญ่ของทีมน็องซี่ มาแล้ว ความเก่งของนักเตะคนนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เขายังเล่นได้ในหลายตำแหน่งอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น แบ็คซ้าย ปีกซ้าย และกองกลาง หนุ่มน้อยแข้งทองคำคนนี้ มีลีลาการเลี้ยงลูกฟุตบอลที่รวดเร็ว ประคองบอลได้ดี ซึ่งความสามรถที่เรียกได้ว่าหาตัวจับยากคนนี้ จึงทำให้เขาได้รับคัดเลือกให้ติดทีมชาติฝรั่งเศสในรุ่นเยาชนอายุไม่เกิน 20 ปี แต่ความทีมน็องซี่ กลายเป็นทีมที่ตกชั้นไปแล้ว ทำให้ทางสโมสรต้องจำกัดค่าใช้จ่าย รวมถึงสวัสดิการต่างๆของนักเตะในทีมด้วย ทำให้เป็นช่องทางที่ดี ที่ทำให้สโมสรรายอื่นมีโอกาสในการคว้าตัวนักเตะหนุ่มน้อยมากฝีมือคนนี้ เข้าไปอยู่ในทีม และนั้นก็เป็นการได้พัฒนาทักษะในการเล่นฟุตบอลได้ดียิ่งขึ้นของเฟตูต์ มาวอสซ่า อีกด้วย

นักเตะคนต่อมานั่นก็คือ  เรด ครูนิช จากทีมเอ็มโปลี ซึ่งมีการแข่งขันของทีมในฤดูกาลล่าสุดนั้น นักเตะแห่งทีมทรงพลังอย่าง โครโตเน่ ได้โชว์พลังและลีลาการเล่นที่เร้าใจ และเด็ดเดี่ยวจนสามารถเก็บคะแนนไปได้มากถึง 6จาก 9 ครั้งล่าสุด จึงทำให้ทีมได้ขึ้นแท่นสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ  แต่ข่าวร้ายก็ได้ตมายังทีมเอ็มโปลี นั่นเอง ด้วยการตกรอบของทีมจึงทำให้นักเตะตำแหน่งกองกลางอย่างเรด ครูนิช นักเตะคนเก่งของทีมเอ็มโปลี ผู้ที่สร้างผลงานให้กับตัวเองและทีมได้อย่างยอดเยี่ยม และเป็นนักเตะตัวหลักของทีมเลยก็ว่าได้ เขามีความเป็นเอกลักษณ์ในการเล่นสูง มีความถนัดในเกมรุก และยังเป็นตัวเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมมาตลอด จนได้รับการยกย่องว่า เขาเป็นหนึ่งในนักเตะของทีมเอ็มโปลี ผู้สร้างปรากฎการณ์ให้ทีมที่น่าประทับใจ เนื่องจากความสามารถระดับเทพของนักเตะคนนี้ ทำให้เหล่าสโมสรต่างๆรุมกันแย่งตัวเขา เพื่อจะไปร่วมทีม ซึ่งเป็นไปได้ว่า หากมีสโมสรที่ยื่นข้อเสนอที่น่าสนใจ ทำให้เขาอาจจะต้องโบกมือลาจากทีมเอ็มโปลี ก็เป็นได้  สามารถรับชมข่าวสารฟุตบอลได้ทางสมาร์ทโฟนแบบง่ายๆที่ sbobet mobile หรือ sbothai

3 นักเตะฟอร์มดี จนแมวมองสนใจใน ปี 2012

  1. 1. Arjen Robben

อาร์เยน ร็อบ ถ้าพูดถึงนักเตะพรสววรค์สูงอายุน้อยทุกคนคงพูดกันเป็นเสียงเดียวว่า “ร็อบเบ็น คือสุดยอดแล้ว” เขาย้ายมาจาก PSV เมื่อช่วงปิดฤดูกาลพร้อมกับ มาเตย่า เคสมัน แต่ว่าโชคร้าย เขาเกิดปัญหาบาดเจ็บในช่วงของการเล่นแมตช์กระชับมิตรกับ โรม่า โดยการกระทำของ โอริวิเย่ ดาร์กูล เขาเริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกกับทีม โกรนิเกน ของพรีเมียร์ดัชต์ เมื่อตอนอายุ16 ปีเท่านั้น จากนั้นด้วยความสามารถของเขาทีมี และเขาสามารถเล่นได้อย่างฉะฉาน เข้าใจเกม ความสามารถของเขาจึงฉายแววโดดเด่น ทำให้ PSV เริ่มเห็นฟอร์มเด่นและดึงตัวเค้าไปเล่นด้วย ก่อนหน้าที่เชลซีจะได้คว้าตัวปีผู้นี้มา แมนยู เคยติดต่อกับเค้ามาก่อน และเขาก็เคยไปเดินดูสนาม สนามซ้อม และห้องประธานมาแล้ว แต่ทว่าทั้งสองทีมตกลงสัญญากันไม่ได้เพราะงั้นเชลซีจึงได้ตัวมา

  1. 2. Andres Iniesta

อันเดรส อีเนียสตา ลูคัน เป็นนักฟุตบอลชาวสเปน เป็นกองกลางของทีมชาติสเปนในชุดชนะการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 ปัจจุบันเขาเล่นให้กับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาในลาลีกา ภายหลังจากการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนลีก 2009 เวย์น รูนีย์ออกมากล่าวว่า เขาเชื่อว่าอีเนียสตาเป็นผู้เล่นตำแหน่งกองกลางที่ดีที่สุดในโลก[1] เขายังติดสัญญากับสโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาจนถึงปี 2010 ในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2010 นัดชิงชนะเลิศ เขาทำประตูให้กับฟุตบอลทีมชาติสเปน ในนาทีที่ 116 ในการแข่งขันกับทีมชาติเนเธอร์แลนด์ นับเป็นประตูสุดท้ายในฟุตบอลโลกครั้งนี้ และทำให้เขาเป็นนักเตะยอดเยี่ยมแห่งนัด (Man of the Match) ของเกมนี้อีกด้วย

  1. 3. Lionel Messi

เลียวเนล อันเดรส เมสซี  ตำแหน่ง กองหน้า / ปีก เมสซีเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุยังน้อยและแนวโน้มที่ดีของเขาก็ถูกค้นพบ อย่างรวดเร็วโดยบาร์เซโลนา เขาออกจากทีมเยาวชนสโมสรกีฬานิวเวลส์โอลด์บอยส์ เมืองโรซาเรียว เมื่อปี ค.ศ. 2000 และย้ายพร้อมครอบครัวไปอยู่ยุโรป โดยบาร์เซโลนาเสนอในการรักษาภาวะขาดฮอร์โมนการเจริญเติบโตให้กับเมสซี เขาเปิดตัวครั้งแรกในฤดูกาล 2004–05 โดยทำลายสถิติทีม โดยเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ทำประตูในลีก เกียรติประวัติในฤดูกาลแรกของเขาคือชนะการแข่งขันในลาลีกา และชนะครั้งที่ 2 ในลีก รวมถึงในแชมเปียนส์ลีก ในปี ค.ศ. 2006 ฤดูกาลแจ้งเกิดของเขาคือฤดูกาล 2006–07 เขาเป็นผู้เล่นในทีมชุดใหญ่เต็มตัว โดยทำแฮตทริกในเอลกลาซีโก จบฤดูกาลยิงประตู 14 ประตู ใน 26 เกมในลีก

 

 …

นักเตะคนเก่งจากทีมตกชั้นสู่ทีมรุ่ง

เมื่อนักเตะได้เซ็นสัญญากับทีมไหนแล้ว ก็ไม่อยากให้ทีมนั้นจะต้องตกชั้นไป จึงพยายามทำงานได้ให้ออกมาได้ดีทีสุด แต่แล้วเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันทำให้ทีมที่พวกเขาสังกัดอยู่ต้องตกชั้นไป แต่ความสามารถที่มีของเขาก็ทำให้เขาไปอยู่ทีมที่ดีกว่าได้

คนแรก คือแฮร์รี่ แม็คไกวร์ เขาเป็นนักเตะที่อยู่ในทีมฮัลล์ ซึ่งมีผู้นำทีม หรือกุนซือเป็นมาร์โก้ ซิลวา โดยเขาถูกแต่งตั้งมาได้ไม่นานนัก การทำงานของกุนซือผู้นี้ทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทีมฮัลล์ จะสามารถอยู่ในรายการลีกสูงสุดได้อยู่ แต่เมื่อเขาเข้ามาทำงานก็ทำให้ทีมเกิดความเสียหาย ซึ่งภายหลังเขาไดชี้แจงว่า ทีมฮัลล์เดิมมีความเสียหายอยู่ก่อนหน้านี้แล้ว ซึ่งเขาไม่สามารถแก้ไขอะไรให้ทีมท่วงที ต่อมาเขาก็ได้ย้ายไปอยู่ทีมวัตฟอร์ด มาทางด้านแฮร์รี่ แม็คไกวร์ นักเตะคนเก่งคนนี้ ที่โชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม และมีลีลาการเลี้ยงลูกที่สุดยอด อีกทั้งแฮร์รี่ ยังชอบเดินกมในแบบรุก จนทำให้คู่แข่งขันประหลาดใจในการเล่นของเขามาแล้ว จึงมีสโมสรอื่นๆเกิดความสนใจที่จะคว้าตัวเขาเข้าไปช่วยในทีม

และคนที่ 2 คือ อัลบาโร่ เนเกรโด้ จากทีมมิดเดิ้ลสโบรห์ เนรโด้ เป็นนักเตะที่ต้องจารกอีกคนหนึ่งของวงการลูกหนัง เพราะเขาเก่งมาก และมีลีลาและทักษะการเล่นเฉพาะตัวไม่เหมือนใคร จนทำให้ทีม มิดเดิ้ลสโบรห์ มีผลงานเจ๋งๆ แต่ต่อมาเมื่อทีมต้องมีความอันตธานตกรอบไป ทำให้เขาได้เขาไปอยู่ในทีมชื่อดัง ที่เหล่านักฟุตบอลและแฟนนักเตะทั้งหลายต่างชื่นชอบ นั่นก็คือ ทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ฤดูกาล 2013-2014 และเขาได้ทำประตูไปถึง 23 ประตูจากการลงแข่งในสนามทั้งหมด 33 ครั้ง นับได้ว่าเป็นความสามารถที่สุดยอดคนนึงเลยทีเดียว แต่แล้วเขาก็ไม่สามารถรักษามาตรฐานไว้ได้ ทำให้ผลงานตกลง แต่เขาก็ยังทำ 10 ประตูสุดท้ายในกับทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไว้ได้ ก่อนที่จะโบกมือลา  และเขาเคยเป็นนักเตะของทีมบาเลนเซีย และเขาก็ได้ย้ายไปร่วมทีมกับสมสรชั้นนำต่างๆ และทีมล่าสุด ที่มีความหวังว่าเขาจะได้เข้าไปร่วมทีมด้วยก็คือ ทีมกาลาตาซาราย นั่นเอง ติดตามการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลในทุกแมตช์ไม่ว่าจะในไทยหรือต่างประเทศ พร้อมทั้งรับชมการวิเคราะห์ผลบอลจากกูรูตัวจริงได้ที่ สโบเบต   และร่วมลุ้นแทงบอล แบบมันส์ได้ไม่จำกัดได้ที่  sbobet ทางเข้า

5 อันดับนักเตะสุดแม่น แม่นทั้งคาน และเสา

  1. เควิน เดอ บรอยน์ 9 ครั้ง

เขาเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับเกงค์ในเบลเยียม จากนั้นเดอ บรอยน์ก็ก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักของทีมในโปร ลีกอย่างรวดเร็ว เขามีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ โดยทำแอสซิสต์ไป 17 ครั้งรวมทุกรายการ บวกกับประตูอีก 6 ลูก  เดอ บรอยน์ย้ายมาเชลซีหลังจากอยู่กับเกงค์มา 9 ปี แต่หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปค้าแข้งให้กับโวล์ฟสบวร์กในเยอรมัน  เพลย์เมคเกอร์รายนี้ทำลายสถิติบุนเดสลีกาด้วยการแอสซิสต์ถึง 21 ครั้งในฤดูกาล 2014/15 ด้วยผลงานอันน่าทึ่งนี้ทำให้ทีมสามารถจบอันดับเป็นถึงรองแชมป์บุนเดสลีกา พร้อมทั้งคว้าแชมป์บอลถ้วยของเยอรมันได้ด้วย  เขาได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของบุนเดสลีกาไปครองเมื่อจบฤดูกาล และย้อนไปก่อนหน้านี้เขาก็เคยทำผลงานได้อย่างสุดยอดกับทีมชาติเบลเยียมในการเตะฟุตบอลโลก 2014 ด้วย  เดอ บรอยน์เป็นคนจ่ายบอลให้ มารูยาน เฟลไลนี่ ทำประตูตีเสมอได้ในนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มที่พบกับอัลจีเรีย จากนั้นก็มายิงประตูเบิกร่องในนาทีที่ 3 ของช่วงต่อเวลาพิเศษให้ทีมเอาชนะสหรัฐอเมริกา 2-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

  1. 2. ปอล ป็อกบา – 6 ครั้ง

ปอล ลาบีล ปอก  ได้รับคำนิยามจากแมนฯ ยูไนเต็ด ต้นสังกัดเก่าว่าครบเครื่องทั้ง พละกำลัง, ฝีเท้า และ การสร้างสรรค์ เมื่อ 8 สิงหาคม 2016 ป็อกบา ได้กลับมายังถิ่นเก่าอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อีกครั้ง ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ต้องบอกเลยว่าเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่สุดๆเพราะค่าตัวของเขานั้นทำลายสถิติโลกไปเป็นที่เรียบร้อยด้วยจำนวนเงินถึง 89.3 ล้านปอนด์

  1. คริสเตียน อีริคเซน – 5 ครั้ง

อีริกเซ่น   เป็นนักเตะที่อาแจ็กซ์จะขาดไม่ได้ และกระทุ้งประตูสำคัญให้ทีมได้บ่อยครั้ง ตำแหน่งถนัดของจอมทัพพรสวรรค์สูงก็คือกองกลางตัวรุก ซึ่งเจ้าตัวก็ได้รางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำปีของสโมสร ในซีซั่น 2010-11 จากนั้นอีริกเซ่น ยังพาทีมเป็นแชมป์ดิวิชั่น 1 สามปีติดต่อกัน ทว่าเจ้าตัวทำท่าจะไม่ต่อสัญญากับทีม โดยสัญญาฉบับปัจจุบันเหลือแค่ปีเดียว และก็เป็น สเปอร์ส ทีมดังจากพรีเมียร์ลีก ซึ่งคว้ากัปตันทีมวัย 21 ไปร่วมทีม

 

  1. 4. อเล็กซิส ซานเชซ – 5 ครั้ง

ซานเชซ เริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลในระดับเยาวชนของโกเบรโลอา สโมสรในชิลี ก่อนที่จะย้ายมาสร้างชื่อเสียงกับอูดิเนเซ ในเซเรียอา ประเทศอิตาลี ระหว่างปี ค.ศ. 2006–2011 ก่อนที่จะย้ายไปสู่บาร์เซโลน่า ในลาลีกา ประเทศสเปน เมื่อปี ค.ศ. 2011  ปัจจุบันย้ายจากบาร์เซโลนาไปเล่นให้กับอาร์เซนอลในพรีเมียร์ลีก ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ หลังจบฟุตบอลโลก 2014 โดยได้รับค่าตัว 150,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

  1. 5. แจ็ค วิลเชียร์ – 5 ครั้ง

แจ็ค วิลเชียร์ เกิดเมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 1992; ชื่อเต็ม  แจ็ก แอนดรูว์ แกร์รี วิลเชียร์ เป็นนักฟุตบอลชาวอังกฤษ ปัจจุบันเล่นให้กับอาร์เซนอล ถือเป็นผลงานของการฝึกสอนของสถาบันสโมสรฟุตบอลอาร์เซนอล แต่ได้ย้ายมาเล่นให้กับบอร์นมัท ในแบบยืมตัว และยังเล่นในตำแหน่งกองกลางและยังร่วมเล่นกับฟุตบอลทีมชาติอังกฤษ…

4 แข้งนี้แหละ จ่ามูจัดเสริมทัพผีแดง

ถึงแม้จ่ามูยอดกุนซือแห่งทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะสามารถสอยแชมป์ ลีกคัพอย่าง ยูโรป้าลีก และคอมมูนิตีชิลด์มาได้แล้ว แต่ก็เหมือนกับว่าเอ็ด วู้ดเวิร์ดยังคงไม่ค่อยพอใจกับผลงานเท่าที่ควร ยังคงต้องการแชมป์พรีเมียร์ลีก จึงได้จัดเงินก้อนโตมูลค่าสูงถึง 300 ล้านปอนด์ให้กับมูรินโญ่ได้จับจ่าย ล่า 4 นักเตะระดับโลกมาเสริมทัพนักเตะตามรายงานของ

สื่อชื่อดังเมืองผู้ดีประเทศอังกฤษอย่าง สกายสปอร์ตส์กับเดลี่ เมล มาดูกันว่า 4 นักเตะจะเป็นใครกันบ้าง

 

1.โรเมลู ลูคาคู (เอฟเวอร์ตัน)

วงเงินจำกัดในดีลนี้ 100 ล้านปอนด์

ตามรายงานของ เดลี่ เมล ลูคาคู คือหัวหอกอันดับ 1 ที่ผีแดงจะสอยมาในซัมเมอร์นี้ โดยเอ็ด วู้ดเวิร์ด จัดเงินให้ดีลนี้ถึง 100 ล้านปอนด์  เพื่อดาวเตะท็อฟฟี่คนนี้ จะได้มาสืบทอดตำแหน่งดาวยิิงอันดับ 1 ต่อจาสลาตัน อิบราฮิโมวิช

 

2.อองตวน กรีซมันน์ (แอตฯมาดริด)

วงเงินจำกัดในดีลนี้ 86 ล้านปอนด์

ความชัดเจนของดีลนี้เริ่มเด่นชัดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อกรีซมันน์ได้ให้สัมภาณ์กับรายการทีวีของฝรั่งเศสว่า ความเป็นไปได้ในการย้ายมาสวนชุดอสูรแดงของเจ้าตัวมีถึง 6 ใน 10 ส่วนเลยทีเดียว

 

3.อันเดรีย เบล็อตติ (โตริโน่)

วงเงินจำกัดในดีลนี้ 86 ล้านปอนด์

อีก 1 หัวหอกจอมสังหารที่จ่ามูต้องการคือ อันเดรีย เบล็อตติ ของโตริโน่ หลังเจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้แบบสะเด่ามากๆในเซเรียอา 27 ประตู ใน 37 เกม ทำให้ผีแดงอดรนทนไม่ไหว ต้องทุมเงินกว่า 80 ล้านปอนด์เพื่อที่จะล่าลายเซ็นแข้งสัญชาติ

อิตาเลียนให้ได้

 

4.ไมเคิล คีน (เบิร์นลี่ย์)

วงเงินจำกัดในดีลนี้ 30 ล้านปอนด์

เด็กเก่าผีแดงคนนี้ระเบิดผลงานอันน่าพอใจในการรับใช้ต้นสังกัดเบิร์นลี่ย์ จนเป็นที่ต้องตาต้องใจของสโมสร

ชั้นนำในพรีเมียร์ลีก นำโดยแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดต้นสังกัดเดิมของเจ้าตัวนั้นแหละ ด้วยงบจำกัดในดีลนี้ 30 ล้านปอนด์

เพื่อนำคีลมาผนึกกำลังคุมแดนหลังกับเอริก ไบยี่
เรียกได้ว่าแต่ละคนนั้นก็เป็นสุดยอดนักเตะตัวท็อปๆอยู่เหมือนกันนะครับ ถ้าหากว่าได้ย้ายเข้ามาอยู่กับทีมผีแดง ก็

คงจะสามารถยที่กระดับความสามารถของทัพนักเตะได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ต้องคอยดูกันว่ากุนซือของทีมผีแดงอย่าง

โฆเซ่ มูรินโญ่จะเลือกนักเตะได้ตรงตามสเปคทีมหรือเปล่า และนี้ก็คือ 4 แข้งยอดนักเตะที่จะย้ายเข้ามาร่วมทัพกันที่จะย้ายมายังโรงละครแห่งความฝันโอลแทรฟฟอร์ดตามการคาดการณ์ของสองสื่อ สกายสปอร์ตส์กับเดลี่ เมล…

ลินเดลอฟ เซนเตอร์แบ็คคนใหม่ของผีแดง

ทีมดังในพรีมียร์ลีกอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่า พวกเขาสามารถปิดดีล

กองหลังจากเบนฟิก้า วิคเตอร์ ลินเดลอฟ ด้วยราคาประมาณ 35-40 ล้านยูโร เขาคือใคร และเขาคนนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง มาดูกันเลยครับ

 

1.สไตล์การเล่น

อดีตเด็กสร้าง เวสเตโรส เอฟซี จากสวีเดนโชว์ผลงานได้สุดแจ่มกับทีมบ้านเกิด จนโดน เบนฟิก้าโฉบตัวไปตั้งแต่ปี 2015 เขาใช้เวลาแค่ ปีเศษ ขึ้นมายึดตัวหลักของทีมได้สำเร็จ แข้งสวีดิช วัย 22 ปี เข้าตาแมวมองของจ่ามู ตั้งแต่ปีก่อนจนได้ฤกษ์คว้าตัวในซัมเมอร์นี้ ลินเดลอฟ จัดเป็นกองหลังสไตล์อ่านเกมและ ใช้มันสมองในการเล่น กะจังหวะบอล ยืนตำแหน่ง

บวกกับร่างกายอันแข็งแกร่ง จึงเข้าตาผีแดงเป็นอย่างมาก

 

2.จุดแข็งที่แท้จริง

สายตาในการอ่านเกม บวกกับร่างกายอันเฟอร์เฟคยังไม่ใช้จุดประสงค์หลักที่มูรินโญ่ชื่นชอบในด้วยเซนเตอร์

เบนฟิก้ารายนี้ แต่ความนิ่งต่างหากคือสิ่งที่กุนซือมาดขึ้นต้องการความเยือกเย็น สงบนิ่งในการครองบอล การส่งบอล

การขึ้นเกม เมื่อมิดฟิลด์ของทีมโดนกดดันหนักๆ เซนเตอร์แบ็คจึงเป็นอีกทางเลือกในการใช้เติมเกมคือสิ่งที่จ่ามูต้องดูได้จากทีมชาติสวีเดนชุดใหญ่ ลินเดลอฟ จะเป็นกลไกหลักในการนำบอลจากแดนหลังขึ้นแดนหน้า

 

3.อายุการใช้งาน

22 คือ ตัวเลขอายุเซนเตอร์แบ็คป้ายแดงของผีแดง เพิ่งก้าวขึ้นมาเล่นทีมชาติสวีเดนเมื่อปีก่อน และยึดเป็นตัวหลักของทีมได้อย่างรวดเร็ว อายุน้อยแถมประสบการณ์ในระดับชาติก็มีเพียบ เงิน 35 ล้านยูโร ถือว่าเป็นการลงทุนที่หวังผลได้ ทั้งระยะสั้นและยาว การมาของ ลินเดลอฟ อาจจะเป็นการช่วยเร่งฟอร์มการเล่นของทั้งสมอลลิ่งและฟิล โจนส์ก็เป็นได้ เพราะถ้าไม่เร่งพัฒนาการเล่นจากฤดูกาลก่อน มีแววต้องโดนสำรองหรือปล่อยทิ้งแน่ๆ

 

4.เรื่องเซนเตอร์ ไว้ใจ”จ่ามู”

การเซนสัญญาในตำแหน่งอื่นมูรินโญ่อาจจะไม่ใช่ที่สุด แต่ในเรื่องเซนเตอร์แบ็คแล้ว กุนซือผีแดงไม่แพ้ใครแน่นอน ไล่มาตั้งแต่ ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่,เปาโล แฟร์เรร่า,ราฟาเอล วาราน หรือล่าสุด ก็เอริค ไบญี่ พวกเซนเตอร์แบ็คที่เคยยอดเยี่ยมอยู่กับทีมเก่าแล้ว เมื่อมาอยู่กับกุนซือชาวโปรตุเกส จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพเข้าไปอีก เรียกว่าเรื่องกองหลัง เชื่อสายตาเฮียแกได้เลย เพราะแต่ละคนที่จ่ามูแกเลือกเข้ามาในทีมนั้นเรียกได้ว่าสุดยอดกันทั้งนั้น

สุดท้ายแล้วอนาคตของแข้งรายนี้กับทีมผีแดงจะเป็นยังไงก็ต้องคอยติดตามกันไปนะครับว่าจะมีปัญหาอะไรเกดขึ้นรึเปล่า แต่ก็หวังว่าคงจะไม่มีนะครับ…

5เหตุผล ที่มอยส์ ดีกว่า หลุย ฟานกัล

หลังจากเปิดฤดูกาลไปแล้ว 5 นัด อินดิเพนเด้นท์ สื่อชื่อดังได้ตีแผ่ข้อมูลเปรียบเทียบผลงานระหว่าง เดวิด มอยส์ และ หลุยส์ ฟาน กัล

1) คะแนน
หลุยส์ ฟาน กัล เปิดฤดูกาล 5 นัดแรกด้วยตารางการแข่งที่ง่ายกว่า มอยส์ มาก ซึ่ง เดวิด มอยส์ สามารถเก็บมาได้ 7 คะแนน หลังจากผ่านไป 5 นัด ซึ่งมี ลิเวอร์พูล, เชลซี และแมนฯ ซิตี้ อยู่ใน 5 นัดนั้นด้วย แต่สำหรับ ฟานกัล 5 นัดแรก ต้องเจอทีมน้องใหม่ ที่พึ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาครบ ทั้ง 3 ทีม แต่กลับเก็บมาได้แค่ 4 คะแนน และเก็บเพิ่มจากเกมที่เจอ ซันเดอร์แลนด์ อีก 1 คะแนน รวมเป็น 5 คะแนน เท่านั้น

2) เงินลงทุน
ฤดูกาลที่แล้วช่วงซัมเมอร์ แมนฯ ยูไนเต็ด ซื้อนักเตะมีชื่อแค่ มารูยาน เฟลไลนี่ ในช่วงท้ายก่อนตลาดซื้อขายจะปิด เพียงแค่คนเดียว เท่านั้น ซึ่งถ้าจะบอกว่า มอยส์ ไม่มีการบริหารจัดการที่ดีในการวางแผน การซื้อนักเตะเข้าทีมนั้น ดูจะไม่ยุติธรรม เท่าที่ควร แต่ มอยส์ ก็ได้ไปคว้าตัว ฮวน มาต้า มาเสริมทัพ อีกคน ในเดือนมกราคม

ถึงแม้ว่าก็มาของนักเตะทั้งสองจะไม่ได้ซื้อมาด้วยราคาถูกๆ แต่เมื่อเทียบเงินลงทุนของ หลุยส์ ฟาน กัล ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในฤดูกาลนี้แล้ว เทียบกันไม่ได้เลย หรือเป็นเพราะว่า มอยส์ ไม่ได้รับความไว้วางใจจากบอร์ดบริหารของยูไนเต็ด จึงไม่มีงบประมาณสนับสนุนการทำงานของ มอยส์ แต่ในทางกลับกัน ตั้งแต่ หลุยส์ ฟานกัล เข้ามารับตำแหน่ง ดูเหมือนบอร์ดบริหาร จะแฮปปี้มาก ขออะไรก็ให้ อยากได้อะไรก็ได้

3) นักเตะเยาวชน
เดวิด มอยส์ ได้ให้โอกาส ปีกดาวรุ่ง อย่าง อัดนาน ยานาไซ จากทีมเยาวชนขึ้นมาเล่นในทีมชุดใหญ่ และพยายามที่จะปั้นให้ ยานาไซ แบบไม่กดดันนักเตะจนเกินไป คือ มีให้ลงตัวจริงบ้าง สำรองบ้าง สลับกันไป แต่ หลุยส์ ฟานกัล ยังไม่เคยให้โอกาส ยานาไซ วัย 19 ปี ลงเป็นตัวจริงสักนัดเลย แม้ว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ยานาไซ จะทำผลงานได้น่าประทับใจมากว่าที่คาดหวังกันไว้

4) ปัญหาผู้เล่นแนวรับ
มันอาจจะไม่ยุติธรรม ถ้าจะต้องมาเปรียบเทียบวิธีการเล่นเกมรับของกองหลัง ของทั้งสองฝ่าย เพราะผู้เล่นแนวรับของ เดวิด มอยส์ ประกอบไปด้วยกองหลังมากประสบการณ์ อยาง ปาทริซ เอวร่าริโอ เฟอร์ดินานด์ และ เนมานย่า วิดิช แต่อย่าลืม พวกเขาเหล่านั้น ถือว่าเป็นนักเตะที่ผ่านจุดสูงสุดในอาชีพค้าแข้งมาแล้วทั้งนั้น

ในฤดูกาลนี้ หลุยส์ ฟานกัล ลองปรับแผนมาใช้กองหลัง 3 ตัว ซึ่งเหมือนกับแผนของ เนเธอร์แลนด์ ที่เขาใช้ในฟุตบอลโลกที่ผ่านมา ตอนที่เขายังเป็นกุนซือให้เนเธอร์แลนด์อยู่ แต่จนถึงขณะนี้ เรายังไม่เห็นประโยชน์จากแผนดังกล่าวเลย และเมื่อ ฟานกัล เปลี่ยนแผนกลับไปใช้หลัง 4 คน ยูไนเต็ด เสียประตูไปแล้ว 5 ประตู ซึ่งเราจะไม่พูดถึง มอยส์ เรื่องการจัดตัวนักเตะลงสนาม แต่เรามั่นใจว่า ถ้า มอยส์ ยังอยู่ เขาจะไม่ปล่อยนักเตะตัวเก๋าออกจากทีมอย่างแน่นอน หากเขายังไม่สามารถหาผู้เล่นใหม่เข้ามาทดแทนตัวเก๋าได้ แต่สิ่งที่เราเห็นสิ่งที่ หลุยส์ ฟานกัล ทำคือ เขาไม่สนใจที่จะหาตัวตายตัวแทนของตัวเก๋าๆ ของทีม ที่ออกไปเลย

5) ประสบการณ์
เดวิด มอยส์ เป็นกุนซือ ที่ถูกเลือกเข้ามารับตำแหน่งในถิ่น โอลแทรฟ ฟอร์ด โดย เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ซึ่ง มอยส์ เอง มีประสบการณ์ยาวนาน ในพรีเมียร์ลีก กับสโมสร เอฟเวอร์ตัน แต่กับเอฟเวอร์ตัน มอยส์ ก็ยังไม่เคยสร้างเกียรติประวัติอะไรเลย นอกจาก การพาทีมไปเล่น แชมป์เปี้ยนลีก รอบเพลย์ออฟ 1 ครั้ง และการจบอันดับ 4 ของพรีเมียร์ลีกอีก 1 ครั้ง แต่ที่ผ่านมา เดวิด มอยส์ ถือว่าเป็น กุนซือ ที่ใช้เงินในการบริหารจัดการทีม น้อยมาก เนื่องจากเอฟเวอร์ตันมีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณของทีมในแต่ละปี ซึ่ง มอยส์ เองก็พยายามประคับประคอง เอฟเวอร์ตัน ให้อยู่ในพรีเมียร์ลีก ในลำดับที่ดี มาตลอด…

หงส์แดงต้องรีบคว้า 5 แข้งจากลีกเอิง

  1. นาบิล ดิราร์ (โมนาโก) ตำแหน่ง : ปีกขวา

ราคาประมาณ : 3-5 ล้านปอนด์

อีกหนึ่งตัวรุกริมเส้นคล็อปป์น่าจะดึงมาได้ ในยามที่ทีมต้องการเปลี่ยนเกม แม้ดิราร์จะย่างเข้าสู่วัย 31 แล้ว

แต่ทักษะความสามารถยังไม่ตกนัก ในฤดูกาลที่ผ่านมาปีกชาวโมนาโก ได้ลงสนามเป็นตัวจริงเพียง 8 นัด และตกเป็นตัวสำรองของ แบร์นาโต้ ซิลวา เจ้าตัวจึงต้องการหาต้นสังกัดใหม่ แม้ซิลวาจะย้ายไปแล้วก็ตาม อีกหนึ่งจุดที่อยากให้คล็อปป์สอยแข้งรายนี้มาก็คือ เขายังสามารถถอยไปเล่นแบ็คขวาได้อีกด้วย ในตอนนี้ทัพหงส์แดงมีแค่ ไคลน์คนเดียวที่ยืนแบ็คขวา

 

  1. 2 อดัม อูนาส (บอร์กโดซ์) ตำแหน่ง : ปีก/มิดฟิลด์ตัวรุก

ราคาประมาณ : 5-8 ล้านปอนด์

อูนาสจัดเป็นปีกพรสวรรค์สูงคนหนึ่งในวงการฟุตบอลฝรั่งเศษ เจ้าตัวเคยตกเป็นที่จับตามองจากทั้งเชลซี และแมนฯยู นำโดยมูรินโญ่ แต่ด้วยทัศนคติในช่วงต้นฤดูกาล ทำให้กุนซือบอร์กโดซ์ จำต้องจับดาวรุ่งผู้นี้นั่งสำรองบ้าง

จนในช่วงก่อนจบฤดูกาลจึงได้รับโอกาสให้ลงสนามอย่างต่อเนื่อง และทำผลงานได้อย่างน่าพอใจ ด้วยสไตล์การเล่นที่เน้นทักษะลีลา เลี้ยงบอลติดเท้า ทะลุทะลวงแถวๆริมเส้น หรือในบทบาทมิดฟิลด์ตัวรุกก็ทำได้ อายุเพิ่ง 20 ปี ถือว่ามีแววรุ่งสุดๆ

  1. 3. เฟตูต์ มาอูอัสซ่า (น็องซี่) ตำแหน่ง : แบ็คซ้าย

 

ราคาประมาณ : 8-10 ล้านปอนด์

ไอหนูมาอูอัลซ่า  มีสไตล์การเล่นอันคล้ายคลึงกับ โรแบร์โต คาร์ลอส คือแบ็คจอมบุกฝีเท้าหนัก ดาวรุ่งผู้มีของ

โชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมกับน็องซี่ โดยซัดไป 3 ประตู กับ 3 แอสซิส แต่ไม่สามารถช่วยให้ต้นสังกัดอยู่รอดในลีกสูงสุดได้

ลิเวอร์พูลน่าจะลองสอยแข้งรายนี้มาร่วมทัพดู เพราะค่าตัวแค่ไม่เกิน 10 ล้านปอนด์เ  แถมอายุแค่ 18 ปี เอามาปั้นต่อได้ยาวๆ

 

  1. 4 เบนจามิน มูคานด์โจ (ลอริยองต์) ตำแหน่ง : กองหน้า

ราคาประมาณ : 6-8 ล้านปอนด์

น้อยนักที่จะหากองหน้าตัวสูงใหญ่ที่มีสปีดต้นจัดจ้าน มูคารด์โจ คือแข้งประเภทนั้น สถิติ 162 นาที 1 ประตู

ของเขาในลีกเอิงถือว่าไม่ธรรมดาเลย หงส์แดงกำลังขาดแคลนกองหน้าประเภทสูงใหญ่ เล่นลูกกลางอากาศได้แถมมีความเร็ว ถือว่าเข้าตามากๆ 27 นัก 13 ประตู กับค่าตัวแค่ 8 ล้านปอนด์

 

  1. เกอร์เซกอร์ซ ครีโชเวียค (ปารีสฯ) ตำแหน่ง : มิดฟิลด์ตัวกลาง

ราคาประมาณ : 15-18 ล้านปอนด์

นี่คือผู้เล่นตัวหลักของเซบีย่า ชุดแชมป์ยูโรป้าลีก ปี 2014/15 และปี 2015/16 แต่ผลงานกลับน่าผิดหวัง ด้วยไม่สามารถปรับตัวเข้ากับเพื่อนร่วมทีมได้ ครีโชเวียด จึงได้รับโอกาlลงสนามในลีกแค่ 7 นัด บวกสำรองอีก 4 นัด ดูแนวโน้มว่าในฤดูกาลหน้า เอเมรี่ อาจจะโดนปลดจากตำแหน่งกุนซือปารีสฯ และอนาคตของแข้งทีมชาติโปแลนด์อาจไม่แน่นอน

จึงเป็นโอกาสดีถ้าลิเวอร์พูลยื่นขอเสนอสัก 18 ล้านให้ทีมดังจากฝรั่งเศสปล่อยตัวมิดฟิลด์จอมอาภัพนี้มายังแอนฟิลด์

ด้วยประสบการณ์และคุณภาพ เชื่อว่าแดนกลางของหงส์แดงจะแน่นอนขึ้นอย่างแน่นอน…